"ปัญหา" ประชากรทั่วโลกร้อยละ 66 ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง จากการขาดธาตุ- เหล็ก สำหรับในประเทศไทยพบว่ามีผู้ที่พร่องและขาดธาตุเหล็กประมาณ 13 ล้านคน ผู้ที่ขาดธาตุเหล็ก จะมีการพัฒนาด้านต่างๆ ของร่างกายช้ากว่าคนปกติ การพัฒนาด้านสติปัญญา การเรียนรู้ ประสิทธิภาพในการทำงาน ตลอดจนด้านภูมิคุ้มกันโรคต่ำลง ยุทธศาสตร์ของการป้องกันการขาดธาตุเหล็กที่มีอยู่ มักจะใช้วิธีการเสริมยาเม็ดธาตุเหล็กให้บริโภค หรือการเติมธาตุเหล็ก ในอาหารที่บริโภค แต่ยังประสบปัญหา การยอมรับ และ การครอบคลุมให้ทั่วถึงกลุ่มประชากรเป้าหมายรวมทั้งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง การยกระดับปริมาณธาตุเหล็กในพืชอาหารหลักให้สูงขึ้น น่าจะเป็นวิธีการที่มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ สำหรับประเทศไทยมีข้าวเป็นอาหารหลักที่ทุกคนต้องบริโภค ดังนั้น การปรับปรุง พันธุ์ข้าวให้มีปริมาณธาตุเหล็กสูงขึ้น น่าจะเป็นมาตรการที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

Share

ข้าวที่มีสีดำมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่ดีเนื่องจากมี สารจับอนุมูลอิสระ ทั้ง quinolone alkaloid, vitamin E, phytate, g-oryzonol, polyphenol และ anthocyanin อยู่สูง ในข้าวสีดำพันธุ์ไรซ์เบอรี่ พบว่า มีปริมาณ polyphenolic ถึง 752.1 mg/100g, anthocyanin 250.36 mg/100g และ beta carotene 63.3 ug/100g ซึ่งพบอยู่มากในส่วน pericarp สารทั้งสามชนิดมีความสัมพันธ์กับความสามารถ ในการต้านอนุมูลอิสระโดยเฉพาะ polyphenolic ดังนั้นรำข้าวสีดำจึงเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ

กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังซึ่งรวมถึงโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 ของคนไทยในทุกกลุ่มอายุ อวัยวะสำคัญที่พบคือ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด เต้านม และมะเร็งทางเดินอาหารอัตราตายด้วยโรคมะเร็งต่อประชากร 100,000 คน เพิ่มขึ้นจาก 12.6 คน เป็น 68.8 คน ในช่วงปี พ.ศ. 2510- 2544 (กระทรวงสาธารณสุข) อนุมูลอิสระของออกซิเจน หรือ reactive oxygen species (ROS) เกิดขึ้นได้จากกระบวนการปกติของร่างกายและเพิ่มขึ้นจากการอักเสบ การได้รับสารเคมีจากมลพิษ ยาบางชนิด การสูบบุหรี่หรือการได้รับรังสี ROS ทำให้เกิด ปฏิกิริยา lipid peroxidation ซึ่งส่งผลทำให้สารพิษสามารถเข้าไปทำให้เกิดความเสียหายกับเยื่อหุ้มเซลล์, โครงสร้าง DNA และ RNA ตลอดจนชีวโมเลกุลในเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิดเช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคไต, โรคข้อ รวมทั้งโรคมะเร็ง

Share

โรคเบาหวาน เป็นภาวะผิดปกติ ของร่างกายในการควบคุมระดับน้ำตาล ในเลือด ผู้ป่วยเบาหวานที่ “ควบคุมน้ำตาล” ไม่ดี จะเกิดโรคแทรกซ้อน แม้ไม่ทำให้เสีย ชีวิตทันที แต่ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง คนที่เป็นเบาหวาน มีโอกาสเป็นโรค หลอดเลือดหัวใจมากกว่าคนปกติ 2 - 4 เท่า อัมพาต 5 เท่า

การป้องกัน โรคเบาหวานทำได้โดยรับประทานอาหาร ให้เหมาะสม ลดอาหาร จำพวกแป้ง ไขมัน เช่น กะทิ อาหารทอด กินผักผลไม้รสไม่หวานจัดให้มากขึ้น ออกกำลังกาย สม่ำเสมอ ไม่ปล่อยตัวให้อ้วน หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำหรือกินจุ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง ปัสสาวะมีมดขึ้น ต้องรีบ พบแพทย์

Share

     การบริโภคข้าวกล้องมีส่วนที่ช่วยชะลอการเพิ่มของระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน แต่คนไทยยุคโลกาภิวัฒน์ไม่มีโอกาสและเวลา ในการเตรียมข้าวกล้องเพื่อบริโภค จากการวิจัยพบว่ารำข้าวคือกุญแจสำคัญในการต่อต้านการปลดปล่อยน้ำตาล ดังนั้นจึงได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากรำข้าวดัชนีน้ำตาลต่ำขึ้นมา โดยใช้รำที่ผ่านการหีบน้ำมันโดยวิธี cold press ผสมกับส่วนประกอบอื่นๆ เพื่อทำให้เป็นรำข้าวเม็ด

         ข้อดีของอาหารเสริมในรูปแบบนี้ คือ สะดวกในการพกพาสามารถทดแทนการรับประทานข้าวกล้องได้ ไฮเบอร์รี่ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากรำข้าว ที่มีคุณสมบัติช่วยชะลอการเพิ่มของระดับน้ำตาลในเลือด,ลดคลอเรสเตอรอล เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องการ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด  และรักษาสภาวะหลอดเลือดแข็งอันเกิดจากการพอกพูนของกรดไขมันอิ่มตัว ไฮเบอร์รี่ อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมาย เช่น โปรตีน ไขมันไม่อิ่มตัว ใยอาหาร วิตามินบีหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ มีคุณสมบัติที่สามารถเข้าไปช่วยปรับปรุง หรือ ขจัดอนุมูลอิสระ (free radical) ช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้, เม็ดเลือดขาวและเต้านม  ช่วยดูแลสุขภาพของตับให้หลั่งอินสุลินได้ปรกติขึ้น ช่วยให้โลหิตหมุนเวียนดีขึ้น ลดอาการเลือดข้น นอกจากนี้ยังมีเยื่อใยสูง ช่วยให้การขับถ่ายดี 

 

Share

รำข้าวเป็นแล่งของน้ำมันที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ  เช่น วิตามินอี, โทโคฟีรอล และ แกมมา ออไรซานอล ซึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นซึ่งแตกต่างจากน้ำมันพืชอื่นๆ คือ การมีส่วนประกอบเป็นสาร สำคัญคือ แกมมา ออไรซานอล และโทโคไตรอีนอล ซึ่งพบว่าสามารถช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดและลดอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้ นอกจากนี้น้ำมันรำข้าวยังสามารถใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อาหารสัตว์ การใช้กรดไขมันอิสระในการผลิตสบู่ การใช้ไขเป็นส่วนผสมในการขัดเงาต่าง ๆ และ เครื่องสำอางค์

Share