บทความ

งานวิจัยและองค์ความรู้

[ลงทะเบียนต้องการปลูกข้าวหอมสยาม]

ข้าวเจ้าพันธุ์ “หอมสยาม” เป็นข้าวเจ้าหอมนุ่ม ไวต่อช่วงแสง ที่มีความสูงปานกลาง ให้ผลิตสูง มีคุณภาพการหุงต้มดีเหมือนขาวดอมะลิ 105 ต้านทานต่อโรคไหม้และสภาวะแล้งด้วยลักษณะทางกายวิภาคของรากที่แตกต่างจากขาวดอกมะลิ 105 ได้จากการปรับปรุงพันธุ์แบบผสมกลับร่วมกับการใช้เครื่องหมายดีเอ็นเอช่วยในการคัดเลือก ระหว่างข้าวสายพันธุ์แม่ “RGD03068-2-9-1-B (RGD03068)” ที่มีลักษณะทนแล้ง กับข้าวสายพันธุ์พ่อ “แก้วเกษตร” ซึ่งมีคุณสมบัติต้านทานต่อโรคไหม้ ทรงกอตั้ง ต้นเตี้ย ในปี 2553 ณ ห้องปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก สวทช.

 

 

 

ลักษณะพิเศษ
ข้าวหอม นุ่ม ไวต่อช่วงแสง เมล็ดมีกลิ่นหอม นุ่มอร่อยคล้ายข้าวขาวดอกมะลิ105 มีลำต้นที่แข็งแรง ไม่หักล้มง่าย
ความสูงปานกลาง ให้ผลผลิตสูง ต้านทานโรคไหม้ และทนแล้ง

 

ลักษณะประจำพันธุ์

ข้าวขาวดอกมะลิ 105

ข้าวเจ้าหอมสยาม

ความไวต่อช่วงแสง

ไวต่อช่วงแสง

ไวต่อช่วงแสง

ความสูง

150 เซนติเมตร

120 เซนติเมตร

ทรงกอ

กอแบะ ประมาณ 45 องศา

กอตั้ง

ความแข็งของลำต้น

อ่อน ง่ายต่อการหักล้ม

แข็ง ไม่หักล้ม

จำนวนกอ

ประมาณ 11 กอ

ประมาณ 15 กอ

ความยาวรวง

28 เซนติเมตร

28 เซนติเมตร

จำนวนรวงต่อกอ

10 รวง

13 รวง

จำนวนเมล็ดต่อรวง

140 เมล็ด

220 เมล็ด

ลักษณะเมล็ด

เปลือกเมล็ดสีฟาง มีขนสั้น

เปลือกเมล็ดสีฟาง มีขนสั้น

ความยาวข้าวเปลือก

10.60 มิลลิเมตร

10.56 มิลลิเมตร

ความยาวข้าวกล้อง

7.50 มิลลิเมตร

7.35 มิลลิเมตร

ความยาวข้าวสาร

7.20 มิลลิเมตร

7.21 มิลลิเมตร

ปริมาณอมิโลส

16.7 เปอร์เซ็นต์

17.5 เปอร์เซ็นต์

ค่าการสลายตัวในด่าง

6 (ต่ำ)

7 (ต่ำ)

ค่าความคงตัวแป้งสุก

66.5 มิลลิเมตร

71.3 มิลลิเมตร

ความนุ่ม

นุ่ม

นุ่ม

ความหอม

1.44  ppm

1.19  ppm

ผลผลิตเฉลี่ย

250 กิโลกรัมต่อไร่

530 กิโลกรัมต่อไร่

 

 

 

 

ลักษณะเมล็ด

ขาวดอกมะลิ 105

หอมสยาม

ความยาวข้าวเปลือก

10.60 มิลลิเมตร

10.56 มิลลิเมตร

ความยาวข้าวกล้อง

7.50 มิลลิเมตร

7.35 มิลลิเมตร

ความยาวข้าวสาร

7.20 มิลลิเมตร

7.21 มิลลิเมตร

ปริมาณอมิโลส

16.7 เปอร์เซ็นต์

17.5 เปอร์เซ็นต์

ค่าการสลายตัวในด่าง

6 (ต่ำ)

7 (ต่ำ)

ค่าความคงตัวแป้งสุก

66.5 มิลลิเมตร

71.3 มิลลิเมตร

 

 

ผลผลิต
ข้าวหอมสยาม มีผลผลิตสูงกว่าข้าวขาวดอกมะลิ 105 มากกว่า 50% เนื่องจากมีจำนวนองค์ประกอบผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ จำนวนหน่อต่อกอ เพิ่มมากขึ้นจากข้าวขาวดอกมะลิ 105 คิดเป็น 27% และจำนวนเมล็ดต่อรวง เพิ่มมากขึ้นจากข้าวเจ้าขาวดอกมะลิ 105 คิดเป็น 36% ขณะที่ข้าวหอมสยามมีความสูงลดลง ประมาณ 20% ลำต้นแข็ง ไม่หักล้ม ในขณะที่ข้าวขาวดอกมะลิ 105 หักล้ม จะทำให้ผลผลิตเสียหายไป 50%

(Yield of Hom Siam increased more than 50% compared with KDML105 due to the 36% increase in number of seed per panicle and 27% increase in tiller number. Hom Siam is also resistant to lodging due to strong stem and decrease in height by 20% compared with KDML105.)

 

ระบบราก
ในสภาพปกติมีน้ำขัง ข้าวหอมสยาม มีจำนวนรากมากกว่าข้าวขาวดอกมะลิ 105 ประมาณ 50% และในสภาพแล้ง ข้าวหอมสยาม มีจำนวนรากมากกว่าข้าวขาวดอกมะลิ 105 ประมาณ 20% และยังมีระบบรากลึกซึ่งช่วยในการดูดน้ำและธาตุอาหารเพื่อรักษาการเจริญเติบโตและผลผลิต

(Under well-watered condition, Hom Siam has total root number 50% more than KDML105. Under drought stress, Hom Siam has a total root number of 20% than KDML105 and maintain more deep roots and that help in maintaining water status in the rice plant and contributes to the increase of biomass under stress)

 

สภาพปกติมีน้ำขัง สภาพแล้ง

 

 

ข้อควรระวัง
อ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้งและเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

 

ความต้านทานโรค
ข้าวหอมสยาม มีความต้านทานโรคไหม้แบบกว้าง

  

ลงทะเบียน
ประสงค์ปลูกข้าวหอมสยามของเกษตรกร ในฤดูปลูก 2565 
[ลงทะเบียนคลิก
]

 

 

 

พันธุ์ข้าวทนทานต่ออุณหภูมิสูง พันธุ์แรกของประเทศไทย “พันธุ์คิมหันต์”

โดย รศ.ดร.ชเนษฎ์ ม้าลำพอง ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร กำแพงแสน และคณะ

 

ดร.สุไร ลมาน เจ๊ะอาบู             คณะเกษตรศาสตร์   มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชครินทร์
รศ.ดร. ศิวเรศ อารีกิจ            ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดร.ศิริพัฒน์ เรืองพยัคฒ์        ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
นายพีรพล ม่วงงาม              ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี กรมการข้าว  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นางสาวบังอร ธรรมสามิสรณ์    สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ กรมการข้าว  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
รศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร       ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
นายสุนิยม ตาปราบ               กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

 

 

โครงการค้นหาสายพันธุ์ทนทานต่ออุณหภูมิสูงจากประชากรข้าวหอมนิลสายพันธุ์กลาย และ การปรับปรุง พันธุ์พันธุ์ข้าวทนทานต่ออุณหภูมิสูง ได้รับทุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร งบประมาณปี พ.ศ. 2554- 2561 โดยได้เริ่มค้นหาสายพันธุ์ทนทานต่ออุณหภูมิสูงจากประชากรข้าวหอมนิลพันธุ์กลาย จำนวน 12,000 สาย พันธุ์ จนได้สายพันธุ์ M9962 ที่ทนทานต่ออุณหภูมิสูงที่ 40 ºC ในระยะเจริญพันธุ์

 

ได้เริ่มการผสมระหว่างพันธุ์ พิษณุโลก2 (พันธุ์รับ: แม่) x สายพันธุ์ M9962 (พันธุ์ให้ทนร้อน: พ่อ) ในปี พ.ศ. 2556 ได้ลูกผสมชั่วที่ 1 และทำการ ผสมกลับ (backcross) ไปหาพันธุ์พิษณุโลก2 อีก 2 ครั้ง ได้ชั่วที่ BC2F1 จากนั้นจึงทำการผสมตัวเองและคัดเลือก แบบจดประวัติ (pedigree  selection)  จนถึงชั่วที่  BC2F4 ในสภาพโรงเรือนควบคุมอุณหภูมิกลางวัน (40-42ºC) แล้วจึงทำการทดสอบผลผลิตเบื้องต้น (preliminary yield trial)

 

ในสายพันธุ์ชั่วที่ BC2F5 ที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 4 สายพันธุ์ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ในฤดูนาปรัง ในปี พ.ศ. 2561 ทั้งในสภาพแปลงและโรงเรือนควบคุมอุณหภูมิ สุดท้ายจึงได้ทำการทดสอบผลผลิตสายพันธุ์ชั่วที่ BC2F7 ในฤดูนา ปรัง ในปี พ.ศ. 2562 จำนวน 4 สถานที่ ได้แก่ แปลงทดลองของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม สถาบันวิจัยข้าวแห่งชาติ จ.สุพรรณบุรี ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จ.ปทุมธานี และโรงเรือนควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งพบว่า สายพันธุ์ BC2F7-6-5-4-1-1-21 มีลักษณะทรงต้นที่ใกล้เคียงกับพันธุ์พิษณุโลก2 แต่มีศักยภาพการให้ผล ผลิต และการติดเมล็ด ในสภาพอุณหภูมิสูง (>40ºC) ที่ดีกว่าพันธุ์พิษณุโลก 2 จึงตั้งชื่อสายพันธุ์ข้าวนี้ว่า

 

“คิมหันต์” ซึ่งหมายถึง   ข้าวที่เหมาะกับการปลูกในฤดูร้อน   และได้ขอออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียน   กับสำนักงาน คุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เมื่อ เมษายน 2564 และได้รับหนังสือรับรอง พันธุ์พืชขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2564

 

 

 

ภาพเปรียบเทียบทรงต้นของพันธุ์คิมหันต์ กับ พิษณุโลก2 (แม่) และ สายพันธุ์ M9962 (พ่อ)

 

 

ข้าวเจ้าหอมนุ่มพันธุ์ใหม่ "หอมมาลัยแมน"

เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตข้าวหอมนุ่มศูนย์ความเป็นเลิศด้านการปรัปปรุงพันธุ์ข้าว เพื่อความมั่นคงทางอาหาร, คุณภาพและโภชนาการ อันเป็นหน่วยงานร่วมของ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว, มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กับ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ดำเนินการคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวหอมนุ่มให้มีความต้านทานโรค-แมลงและทนน้ำท่วมฉับพลัน ให้มีผลผลิตสูง ในสภาพการปลูกแบบเศรษฐกิจพอเพียง(Sufficiency cultivation) และสภาพปลูกแบบผลผลิตยั่งยืน(Sustainable cultivation) จนทำให้เกิดสายพันธุ์ข้าวหอมอายุสั้น ผลผลิตสูงใหม่ ๆ ออกมาสู่ตลาด

  

 

ลักษณะประจำพันธุ์และการกำเนิดข้าวหอมมาลัยแมน

  • เกิดจากการกลายพันธุ์ของข้าวเจ้าหอมนิล โดยการอาบรังสี Fast neutron
  • พบการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งยีนความหอม ยีนควบคุมสี และอื่น ๆ ทำให้เกิดข้าวหอมหลายสายพันธุ์
  • ข้าวหอมมาลัยแมนอายุเก็บเกี่ยวสั้น เมื่อปักดำมีอายุ 110-115 วัน นาหว่าน 95 วัน
  • ข้าวสารมีเมล็ดยาวพิเศษตั้งแต่ 7.5-7.9 mm 
  • มี amylose content = 15-16 % เมล็ดใสขาว คุณภาพหุงต้ม มีความนุ่มนวล
  • กลิ่นหอมแรงแม้ปลูกในภาคกลาง
  • มีความต้านทานโรคและแมลง ปานกลาง
  • ปลูกง่ายไม่กินปุ๋ย เมื่อใส่ปุ๋ยแบบพอเพียง ให้ผลผลิตที่ดีในระบบเกษตรอินทรีย์, เกษตรพอเพียง และเกษตรยั่งยืน
  • ในระบบเกษตรอินทรีย์ ข้าวหอมมาลัยแมน ให้ผลผลิตตั้งแต่ 500 - 600 กก/ไร่ ข้าวแห้ง 14 % สูงกว่า ข้าวอายุสั้นหอมเวียดนาม ST24 มีผลผลิต 250-300 กก/ไร่
  • ข้าวหอมมาลัยแมนมีเมล็ดยาวกว่า ST24 แต่มีความเรียวน้อยกว่า ST24 เล็กน้อย
  • ข้าวไม่ไวแสง ปลูกได้ตลอดทั้งปี 

 

 

การเกษตรแม่นยำเพื่อยกระดับกลิ่นหอม

ปัจจุบันผู้บริโภคมีความรู้สึกว่าข้าวหอมมีกลิ่มหอมน้อยลงการพัฒนาข้าวหอมพันธุ์ใหม่ที่สามารถผลิตสารหอมได้มากขึ้นก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้ข้าวหอมหอมมากยิ่งขึ้น คือ วิธีการกระตุ้นกระบวนการสร้างสารหอมให้สูงขึ้นโดยการกำหนดฤดูปลูก การใช้ปุ๋ย ธาตุอาหาร น้ำ และสารกระตุ้นกลิ่นหอม อากาศที่เย็น การขาดน้ำ และความเค็ม ในระยะสร้างเมล็ดจะทำให้ข้าวมีความหอมมากยิ่งขึ้น แต่ทำให้ผลผลิตลดลง การใช้ปุ๋ยเคมีที่มุ่งเน้นผลผลิตสูงสุดในทางตรงกันข้ามจะไปลดการสะสมสารหอมในเมล็ดข้าวศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวร่วมกับสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ ได้พัฒนาวิธีการปลูกข้าวหอมให้หอมยิ่งขึ้นที่เรียกว่าเทคนิคกระตุ้นกลิ่นหอม เทคนิคดังกล่าวสามารถเพิ่มการสะสมสารหอมได้มากกว่า 30% ในข้าวหอมมะลิ ขณะเดียวกันยังเพิ่มผลผลิตและคุณภาพข้าวให้สูงขึ้นด้วย โดยเพิ่มต้นทุนเพียงเล็กน้อย ทำให้ผลผลิตข้าวหอมเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคและมีราคาสูงขึ้นได้

 

  

 

 

 

 

 

ความสำคัญของงานวิจัย :

ข้าวเจ้า “หอมจินดา” ได้จากการผสมข้ามพันธุแบบดั้งเดิมระหว่างข้าวพันธุปทุมธานี 1 เป็นสาย พันธุแม่และข้าวสายพันธุ์ RGD07097-1-MAS-8-9-0-0 เป็นสายพันธุพ่อ ณ ห้องปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าวศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อปี พ.ศ. 2556 จนได้ลูกผสมรุ่น F1 ปล่อยให้มี การผสมตัวเองได้ลูกรุ่น F2 แล้วคัดเลือกลักษณะทางพันธุกรรมต้นที่มียีนความหอม และยีนด้าน ทานโรคขอบใบแห้งโดยใช้เครื่องหมายโมเลกุล จากนั้นปล่อยให้มีการผสมตัวเองได้ลูกรุ่น F3 นำไป ปลูกเพื่อคัดเลือกต้นที่ออกดอกเร็ว ลักษณะทรงต้นดี รวงใหญ่ การติดเมล็ดดี รูปร่างเมล็ดเรียวยาว โดยวิธีสืบประวัติ ประเมินความสามารถในการต้านทานต่อโรคขอบใบแห้งในรุ่น F3 และ F5 ส่งเมล็ดไปประเมินลักษณะผลผลิตและองค์ประกอบผลผลิตภายในแปลงทดลองของมูลนิธิรวมใจ พัฒนาในปี พ.ศ. 2560 และ 2561 คัดเลือกได้ข้าวเจ้าหอมนุ่ม ต้านทานโรคขอบใบแห้ง ลำต้น แข็งแรง ไม่หักล้มง่าย ต้นสูงปานกลาง ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 838 กิโลกรัมต่อไร่

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ประเภท:  ข้าวเจ้าหอม ไม่ไวต่อช่วงแสง
  • ต้น: กอตั้ง ลำต้นมีความแข็งแรง ไม่หักล้มง่าย ความสูงของต้นวัดถึงปลายรวง 118 ซม. ปล้องสีเขียว เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 5 มม.
  • ใบ: ใบเดี่ยว รูปแถบ กว้าง 1.7 ซม. ยาว 53.5 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบ มีขน กาบใบสีเชียว ลิ้นใบสีขาว ปลายแยกสองแฉกยาว 10.43 มม. หูใบสีเชียวอ่อน ข้อต่อใบสีเชียวอ่อน ใบสีเชียวเข้ม มุมใบธงทำมุม 45 องศา กับก้านรวงแนวดิ่ง กว้าง 1.6 ซม. ยาว 41 ซม. ใบแก่ช้า
  • ดอก/ช่อดอก : ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง จำนวนรวงต่อกอ 24 รวง แตกระแง้ปานกลาง คอรวงโผล่ พ้นมาก ก้านรวงอ่อน สีของยอดดอกสีขาว กลีบรองดอก (ดอกย่อย 2 ดอกล่างที่ลด รูปเหลือเฉพาะกาบล่าง) สีฟาง ยอดเกสรเพศเมียสีขาว
  • ระยะเก็บเกี่ยวอายุ 110-120 วัน รวงยาว 22 ซม. เปลือกเมล็ดสีฟาง มีขนสั้น มีหางสั้น เมล็ดข้าวเปลือกกว้าง 2.36 มม. ยาว 10.85 มม. หนา 1.72 มม. เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง 1.98 มม. ยาว 7.07 มม. หนา 1.58 มม. น้ำหนักข้าวเปลือก 1,000 เมล็ด 27.2 กรัม จำนวนเมล็ดต่อรวง 171 เมล็ด การติดเมล็ดปานกลาง (75-90 เปอร์เซ็นต์) การร่วงของเมล็ด 1-5 เปอร์เซ็นต์ การนวดเมล็ดร่วงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์

 

ลักษณะอื่น ๆ 

  •  ค่าการสลายตัวในด่าง 6 
  •  ค่าความคงตัวแป้งสุก 131 มม.
  •  ค่าความหอม 4.89 ppm
  • ปริมาณอมิโลส 16.77 เปอร์เซ็นต์

 

ลักษณะเด่นพิเศษ:

  • เมล็ดหุงสุกนุ่หอม
  • ต้านทานโรคขอบใบแห้งไอโซเลท TX085 ที่เก็บจาก จ.สุรินทร์ และเชื้อไอโซเลท TX0155 ที่เก็บจาก จ.นครปฐม

ข้อมูลสำหรับติดต่อ:

  • ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC)
  • สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA)
    อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
    เบอร์โทร 0 2564 6700 ต่อ 3329-3331


โดย ศ.ดร. อภิชาติ   วรรณวิจิตรและคณะ   
ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว หน่วยปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

 

เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2553  เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่าง พันธุ์พ่อ ‘ข้าวเจ้าหอมนิลพันธุ์กลายใบขาว’ กับ พันธุ์แม่ ‘ข้าวก่ำหอมนิล’ จนเกิดเป็น "ข้าวสรรพสี" โดยศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน 

 

บทความล่าสุด

ข่าวสารอัพเดด

ยินดีตอนรับเว็บไซต์ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวใช้คุกกี้ เพื่อให้ท่านได้รับการใช้งานที่ดี

© RICE SCIENCE CENTER, KASETSART UNIVESITY KAMPHAENG SAEN CAMPUS
The Thailand Center of Excellence on Rice Precision Breeding for Food Security, Quality and Nutrition
เลขที่ 1 หมู่ที่ 6 ตำบล กำแพงแสน อำเภอ กำแพงแสน จังหวัด นครปฐม 73140
ติดต่อแอดมิน anut.su@ku.th

 (+66) 034 355 192


Free Joomla! templates by AgeThemes