การเตรียมดินและเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 การปรับปรุง
- เก็บตัวอย่างดินส่งวิเคราะห์เพื่อกำหนดปริมาณการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม - ไถกลบตอซังทิ้งไว้หลังเก็บเกี่ยวโดยในช่วงที่ดินมีความชื้นให้ไถกลบ ตอซังพร้อมกับใส่น้ำหมักชีวภาพ 5 ลิตรต่อไร่ และจุลินทรีย์ย่อย สลายตอซัง 200 กรัม แล้วทิ้งไว้ให้ย่อยสลายเป็นเวลา 1 สัปดาห์ - ปลูกพืชปุ๋ยสด (หว่านเมล็ดพันธุ์ปอเทือง 7 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ ถั่วพร้า10กิโลกรัมต่อไร่)เมื่อออกดอกหรือมีอายุ50วันจึงไถกลบพร้อมใส่น้ำหมักชีวภาพ5ลิตรต่อไร่และจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง200กรัมแล้วทิ้งไว้ให้ย่อยสลายเป็นเวลา1สัปดาห์ - ไถพรวนให้ดินร่วนซุยและกำจัดวัชพืชกรณีนาดำให้คราดทำเทือกพร้อมใส่ปุ๋ยคอก500กิโลกรัมต่อไร่ร่วมกับน้ำหมักชีวภาพ5ลิตรต่อไร่
การเตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ105
- ใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพจากแหล่งที่เชื่อถือได้ - กรณีนาหว่านนำเมล็ดพันธุ์ข้าวอัตรา15-20กิโลกรัมต่อไร่คลุกกับปุ๋ยชีวภาพ1กิโลกรัมและราไตรโคเดอร์มา200กรัมพร้อมผสมคลุกเคล้ากับน้ำหมักชีวภาพ1ลิตร - กรณีตกกล้าให้นำเมล็ดพันธุ์แช่น้ำโดยผสมกับน้ำหมักชีวภาพ 1 ลิตรพร้อมคลุกกับปุ๋ยชีวภาพและราไตรโคเดอร์มาอย่างละ200กรัมเป็นเวลา1คืนแล้วน้ำมาหุ้ม12ชั่วโมงให้รากข้าวงอกไม่ยาวเกินไป
| ระยะที่ 1 ระยะกล้า - ควรตกกล้าในช่วง พฤษภาคม – มิถุนายน ปักดำในช่วง มิถุนายน – กรกฎาคม - ถ้านาหว่านและนาหยอดควรปลูกตั้งแต่ 15 มิถุนายน – 15 สิงหาคม โดยหว่านแล้วคราดกลบให้ลึกพอควร - การใส่ปุ๋ยเคมี ควรใส่หลังปักดำ 5 – 6 วัน หรือหลังหว่านข้าว 20 – 30 วัน (ถ้ามีน้ำ) ครั้งที่ 1 สูตร 16-16-8 อัตรา 15 กิโลกรัมต่อไร่ - ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพสมุนไพร 5 ลิตรต่อไร่ และสารละลายราไตรโคเดอร์มา 200 กรัม ต่อไร่ เพื่อป้องกันเพลี้ยไฟและโรคใบไหม้ ระยะที่ 2 ระยะแตกกอ 50 วัน หลังปักดำ/งอก - ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพสมุนไพร 5 ลิตรต่อไร่ และสารละลายราไตรโคเดอร์มา 200 กรัมต่อไร่ เพื่อป้องกันหนอนกอและโรคใบไหม้ - หากพบว่าข้าวเฝือใบและมีหนอนกอให้ตัดต้นข้าวให้สูงจากพื้นดิน 15 ซม. เกษตรกรพิจารณาว่าฝนไม่ทิ้งช่วง จึงทำการตัดต้นแล้วจึงเติมปุ๋ยครั้งที่ 2 สูตร 46-0-0 อัตรา 3-5 กก./ไร่ หลังจากตัด ระยะที่ 3 ระยะข้าวตั้งท้อง ประมาณ 15-20 กันยายน - ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพสมุนไพร 5 ลิตร ต่อไร่และสารละลายราไตรโคเดอร์มา 200 กรัมต่อไร่ เพื่อป้องกันหนอนกอ และโรคใบไหม้ - ใส่ปุ๋ย ครั้งที่ 3 สูตร 46-0-0 อัตรา 5 -10 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะที่ 4 ระยะออกดอก ประมาณ 15-20 ตุลาคม - ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพสมุนไพร 5 ลิตร ต่อไร่ และสารละลายราไตรโคเดอร์มา 200 กรัมต่อไร่ เพื่อป้องกันหนอนกอ และโรคไหม้คอรวง - หากพบพันธุ์ข้าวอื่นปนให้ถอนทำลายออกนอกแปลงนา - ให้ดูแลไม่ให้เกิดการขาดน้ำอย่างเด็ดขาด ระยะที่ 5 สร้างต้นทุนกลิ่นหอม (1) 7 วันหลังจากออกดอก เป็นระยะหลังผสมเกสรจนเกิดเมล็ดอ่อนที่โคนดอกต้องสร้างต้นทุนที่ข้าวจะนำไปใช้สร้างกลิ่นหอมมะลิ - ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภัณฑ์ (สูตร 1) 5 ลิตรต่อไร่ บนแผ่นใบบนและช่อดอกให้ทั่วถึงในเวลาเช้า - ลดน้ำในนาลงให้เหลือประมาณ 1 คืบจากผิวดิน ระยะที่ 6 สร้างต้นทุนกลิ่นหอม (2) 14 วันหลังออกดอก เป็นระยะที่จะพบเห็นเมล็ดอ่อนได้ชัดเจนขึ้นปลายรวงเริ่มโน้ม - ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภัณฑ์(สูตร 2) 5 ลิตรต่อไร่ บนแผ่นใบบนและช่อดอกให้ทั่วถึงในเวลาเช้า - รักษาระดับน้ำในนาให้สูงประมาณ 1 คืบจากผิวดิน ระยะที่ 7 กระตุ้นกลิ่นหอม 21 วันหลังออกดอก ระยะนี้จะสังเกตเมล็ดข้าวเริ่มขยาย ขนาดจนเห็นน้ำใสๆ อยู่ภายในเมล็ด - ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภัณฑ์(สูตร 3) 5 ลิตรต่อไร่ ให้ทั่วใบบนและช่อดอกในเวลาเช้า - ลดน้ำในนาลงให้ต่ำกว่า 1 คืบจากผิวดิน ระยะที่ 8 สะสมกลิ่นหอม 28 วันหลังออกดอก เป็นระยะที่รวงเป็นสีเขียวโน้มรวงแล้วเห็น เมล็ดข้าวเต่งด้วยแป้งที่แข็งขึ้น - ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภัณฑ์(สูตร 4) ทางใบบนและ ช่อดอกให้ทั่วถึงในเวลาเช้า - ปล่อยน้ำออกจากแปลงนาให้หมด ระยะที่ 9 รักษากลิ่นหอม 35 วันหลังออกดอก เป็นระยะที่ช่อเข้าระยะพลับพลึงแล้ว ต้องเตรียม การเก็บเกี่ยวโดยการโน้มให้ข้าวนอนราบรอการเก็บเกี่ยว เมื่อเก็บเกี่ยวได้จึงตากเมล็ดเฉพาะครึ่งวันเช้าจนกว่าความชื้นจะลดลงเหลือ 14% |
