ข่าวอัพเดด

Facebook page

 

 

ข้าวพืชให้พลังงานที่สำคัญของคนไทยและประชากรโลก ข้าวในเอเชียไม่เพียงเป็นความมั่นคงทางอาหาร  แต่ยังเป็นจุดกำเนิดวัฒนธรรมด้านอาหารที่สำคัญอีกด้วย ในปี 2050 คาดว่าจะมีประชากรโลกมากถึง 10,000 ล้านคนทีเดียว ความต้องการข้าวจึงต้องมากขึ้นอีก 56 เปอร์เซ็นต์

หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงการวิธีการบริโภคข้าวในปัจจุบัน เราจะผลิตอาหารได้มากขนาดนั้นได้อย่างไรเมื่อโลกต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศที่นับวันก็จะรุนแรงมากขึ้น รวมทั้งพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยแป้งที่มีพลังงานสูงซึ่งส่วนใหญ่มาจากเมล็ดธัญพืชเหล่านี้   ประกอบกับพฤติกรรมที่เคลื่อนไหวน้อยทำให้เกิดปัญหาของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง  เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2  โรคไขมันสูง  โรคหัวใจ และโรคไต เป็นต้น ในขณะที่ประชาชนในประเทศยากจนยังต้องอดอาหารจนเกิดสภาพทุพโภชนาการ (Malnutrition)  การเพิ่มผลผลิตข้าวโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อมก็ยิ่งเร่งให้เกิดสภาวะโลกร้อนเร็วขึ้น

 

ผลผลิตข้าวและพืชทุกชนิดประกอบด้วยผลผลิตทางลำต้นและใบ (Biomass) กับ ผลผลิตเมล็ด (Grain Yield) แต่เมล็ดข้าวเป็นเพียงส่วนเดียวที่คนนำมาบริโภคเป็นอาหาร ส่วนลำต้นและใบมักใช้ในการเลี้ยงสัตว์หลังเก็บเกี่ยวเมล็ดไปแล้ว      แต่ในเขตชลประทานเกษตรกรส่วนใหญ่เจาะเผาทำลายฟางจนเกิดเป็นสภาวะอากาศเป็นพิษจากฝุ่น  PM2.5-10   การเผาฟางเป็นปัจจัยในการเร่งให้เกิดสภาวะโลกร้อนได้   เป้าหมายสำคัญโครงการวิจัยด้านข้าวสรรพสีนี้เพื่อนำเอาลำต้นและใบสดของข้าวไปใช้ประโยชน์ด้านอาหารที่ทรงคุณค่า และโภชนาการ แทนแป้งที่ให้พลังงานสูง   โดยการเพิ่มสัดส่วนของใยอาหารให้มากขึ้น    เนื่องจากข้าวสรรพสี (Rainbow Rice)  ได้ถูกออกแบบให้มีความสวยงามสะดุดตาจากการเพิ่มปริมาณสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายน้ำได้ ในปริมาณที่สูงมาก   การปลูกข้าวสรรพสีที่ออกแบบอย่างสวยงาม   ยอมเป็นที่สะดุดตาต่อผู้พบเห็นจึงทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอาหารที่แปลกใหม่ที่สุดของประเทศไทย (Unseen Agro-tourism) และทำให้เกิดเศรษฐกิจชีวะหมุนเวียน (BCG) บนผืนนาที่อุดมสมบูรณ์และยิ่งให่ของประเทศไทย

 

 

โภชนาการของใบข้าวสรรพสี

 

 50 %      BIOMASS   50 %

 

Leaves

Grains

  • Starch %

0

70-80

  • Dietary Fibre

70-85

<10

  • Protein %

20

8

  • Antioxidant
    ORAC

> 90,000

< 40,000

  • Phytate
    mg/100 g

12.7

40.3

  • Fe mg/kg

153.26

9.4

  • Zn mg/kg

5.39

23.05

  • Mn mg/kg

325.5

20.65

  • Mg mg/kg

2,219

1,653

  • Ca mg/kg

6,791

112

  • K mg/kg

12,499

1,958

  • P mg/kg

567

3,485

 

ใบข้าวสรรพสีมีปริมาณสารแอนโทไซยานินสูงแต่มีสารคลอโรฟิลล์ที่ใช้ในการสังเคราะห์แสงในปริมาณที่ต่ำกว่าข้าวใบเขียวทั่วไปจึงทำให้มีอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis) น้อยกว่าในข้าวใบสีเขียวอย่างชัดเจน  แต่อย่างไรก็ตามใบข้าวสรรพสีมีความสามารถในการต่อต้านการเกิดสภาวะหยุดการสังเคราะห์ด้วยแสง (Photoinhibition) ได้ดีกว่าข้าวใบสีเขียวทั่วไปจึงทำให้ผลผลิตเมล็ดของข้าวสรรพสีเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์    การวิเคราะห์โภชนาการเปรียบเทียบใบเมื่ออายุ  60-80  วัน  หลังปักดำและเมล็ดข้าวสรรพสี พบว่าใบข้าวสรรพสีอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารที่ปราศจากแป้งให้พลังงาน ใบข้าวสรรพสีมีโปรตีนสูงประมาณ  18-20% มีความหนาแน่นของ Fe, Mn, Mg, Ca, K ในปริมาณที่สูงมากในขณะที่มีปริมาณสาร  Phytate ที่มายับยั้งการดูดซึมธาตุอาหารลดลง    นอกจากนี้ใบข้าวสรรพสียังมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงกว่าเมล็ดข้าวสีอย่างชัดเจน

 

 

 

การใช้ใบข้าวสรรพสีในอาหารเสริม

นำใบข้าวสรรพสีที่มีอายุ 60-80 วัน   บดเป็นผงในสภาวะเยือกแข็งสามารถนำไปใช้ในการทำอาหารเสริมได้หลายชนิด  นำผงใบข้าวสรรพสีมาทดสอบความสามารถในการกระตุ้นให้เชื้อจุลินทรีย์  Probiotics หลายชนิดมีชีวิตอยู่ในระบบการย่อยและดูดซึมอาหาร   จนไปเจริญเติบโตในลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี   สามารถผลิต  fatty acid  ที่มีโมเลกุลขนาดเล็กในปริมาณมาก   ดังนั้นใบข้าวสรรพสีจึงมีคุณสมบัติในการเป็น  Prebiotic ที่ดี นอกจากนี้การสกัดสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเพาะจากใบข้าวสรรพสีมีผลช่วยชะลอการเสื่อมของจอรับภาพในระดับเซลล์ของมนุษย์ (Human Retinal  Pigment Epithelial Cells, ARPE19) ได้เป็นอย่างดี สารสกัดจากใบข้าวสรรพสีดังกล่าว  น่าจะประยุกต์ใช้ในการชะลอการเสื่อมของจอรับภาพที่มักเกิดในผู้สูงวัย  และ ปัจจุบันเกิดในเด็กและ คนทำงานที่ใช้จอคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก     นอกจากนี้ผงใบข้าวสรรพสี ยังนำมาผสมในแป้งทำขนมปังเพื่อเพิ่มปริมาณใยอาหารให้สูงขึ้น พบว่าคุณคุณสมบัติผงใยอาหารช่วยส่งเสริมให้เนื้อขนมปังมีความนุ่มและน่ารับประทานมากขึ้น  และยังสามารถช่วยลดดัชนีน้ำตาลของขนมปังได้อีกด้วย

 

 

 

การท่องเที่ยวเชิงเกษตรและอาหาร

การปลูกข้าวสรรพสี 1 รอบสามารถเก็บเกี่ยวใบข้าวได้ 1-3 ครั้ง โดยครั้งแรกเก็บใบข้าวอ่อนเมื่ออายุไม่เกิน 21 วัน  ครั้งที่ 2 เมื่อต้นข้าวอายุ 60 วัน และครั้งที่ 3 ไม่เกิน 90 วัน  หลังจากนั้นจึงปล่อยให้ต้นข้าวผลิตเมล็ดจนเก็บเกี่ยวได้    การเก็บเกี่ยวใบข้าวแต่ละครั้งจะถูกนำไปใช้ในอาหารเสริมที่หลากหลาย  เช่น ใบข้าวอ่อนอายุไม่เกิน 21 วัน สามารถนำมาใช้ปั่นทำเครื่องดื่ม (Rice Grass Drink)  ที่ดีกว่าการใช้ข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ในตลาด  ใบข้าวอายุ 60-80 วัน สามารถนำมาใช้เป็นอาหารเสริมดังกล่าวข้างต้น และ เมล็ดข้าวสรรพสียังเป็นอาหารที่ทรงคุณค่าแบบข้าวเหนียวดำสามารถบริโภคได้   ดังนั้นเกษตรกรจะมีรายได้จากการท่องเที่ยว การจำหน่ายใบข้าวสรรพสี และเมล็ดข้าว   จากเกษตรต้นแบบที่ อำเภอบ้านสร้างจังหวัดเชียงใหม่ ในพื้นที่  1 ไร่ สามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 35,500   บาท จากการท่องเที่ยว เก็บใบ 1 ครั้ง และเก็บเมล็ด จากต้นทุนเพียง  4,000 บาทเท่านั้น  ดังนั้นในพื้นที่ขนาดใหญ่จะสามารถสร้างเศรษฐกิจ ชีวะหมุนเวียน (BCG) จากการแปรรูปต่อเนื่องสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนได้

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความงานวิจัย

งานบริการของเรา

GENOME ANALYSIS SERVICES

Whole Genome Sequencing  | Bioinformatics | Transcriptome Sequencing  

 

บริการตรวจความหอม (2ap)

ข้าวหอมมะลิ และ พืช อื่น ๆ  

บริการตรวจความบริสุทธิ์สายพันธุ์ข้าว

Dna Profiling Laboratory & DNATEC Lab 

 

 
การตรวจความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ข้าวและตรวจความหอม

การตรวจความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ข้าวและตรวจความหอม


  การตรวจความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ข้าวและตรวจความหอม 2-Acetyl-1-pyrroline(2AP) ใช้เทคโนโลยี KASP SNPline Super high throughput  โดย ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เอกลักษณ์ดีเอ็นเอข้าวไทยเพื่อการส่งออก  

บริการตรวจวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมระดับจีโนม GENOME ANALYSIS  SERVICES

บริการตรวจวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมระดับจีโนม GENOME ANALYSIS SERVICES


 GENOME ANALYSIS SERVICES Whole Genome sequencing ServiceData output 4 Gb starting at 3,000 THB / 5,000 THB (illumina)  Transcriptome sequencing ServiceData output 8 Gb…

ข้าวสรรพสี (Rainbow Rice)

ข้าวสรรพสี (Rainbow Rice)


โดย ศ.ดร. อภิชาติ   วรรณวิจิตรและคณะ    ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว หน่วยปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน   เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2553  เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่าง พันธุ์พ่อ ‘ข้าวเจ้าหอมนิลพันธุ์กลายใบขาว’ กับ พันธุ์แม่ ‘ข้าวก่ำหอมนิล’ จนเกิดเป็น "ข้าวสรรพสี" โดยศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน   

เว็บไซต์ของเรามีการใช้คุกกี้ เพื่อให้ท่านได้รับการใช้งานเว็บไซต์ที่ดี แสดงผลได้ถูกต้อง หากคุณใช้งานเว็ปไซต์ของเราต่อถือว่าคุณยินยอมให้มีการใช้งานคุกกี้


© RICE SCIENCE CENTER, KASETSART UNIVESITY KAMPHAENG SAEN CAMPUS

เลขที่ 1 หมู่ที่ 6 ตำบล กำแพงแสน อำเภอ กำแพงแสน จังหวัด นครปฐม 73140 ประเทศไทย
ติดต่อแอดมิน anut.su@ku.th


  (+66) 086 479 5603


Free Joomla! templates by AgeThemes